รากเทียม

คลินิกทันตกรรมวิลเด็นท์ (Will Dent Dental Clinic)
คลินิกทันตกรรมครบวงจร ดูแลฟันสวย ส่งต่อรอยยิ้มที่มั่นใจ


รากฟันเทียม คืออะไร

คือการรักษาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ใช้วัสดุที่ทำจากไทเทเนียมที่มีรูปร่างคล้ายรากฟัน ที่ใช้ทดแทนฟันที่หายไปในผู้ป่วย ซึ่งในปัจจุบัน เทคโนโลยี ทางด้านรากเทียมมีการพัฒนาไปมาก ในอดีตการทํารากเทียม นอกจากจะยุ่งยากแล้ว ยังใช้เวลาในการรักษานานอีกด้วย ในอดีตการทําฟันรากเทียมนอกจากจะยุ่งยากแล้วยังใช้เวลาในการรักษานานอีกด้วย อาจจะต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีหรือมากกว่านั้นแต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านรากเทียม พัฒนาไปไกลทำให้สามารถย่นระยะเวลาการรักษาได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม รากเทียมในปัจจุบันมีการยึดติดกับกระดูกได้เร็วและเทคนิคในการฝังและใส่ฟัน ซึ่งเอื้อให้ผู้ป่วยสามารถได้รับการรักษาได้เร็วและมีประสิทธิภาพ ในบางรายผู้รักษาสามารถมีฟันกลับไปได้ใน 1 วัน หรือภายใน 1 อาทิตย์รากฟันเทียมมีกี่ส่วน 

เราแบ่งส่วนประกอบของรากฟันเทียมเป็น 3 ส่วน คือ

ราก (Fixture) มีลักษณะคล้ายสกรู ทำหน้าที่เป็นรากฟันที่เชื่อมติดกับกระดูกขากรรไกร 
แกนฟัน (Abutment) อยู่ตรงกลางระหว่างรากและครอบฟัน เปรียบเสมือนโครงสร้างแกนฟันหลัก ทำหน้าที่เป็นตัวยึดรากฟันไทเทเนียมกับครอบฟันให้มั่นคง
ครอบฟัน (Crown) ผลิตจากเซรามิก ทำรูปร่างและสีให้เหมือนฟันธรรมชาติ

รากฟันเทียมมีกี่แบบ คือ

1. รากฟันเทียมซี่เดียว (Single Dental Implant) การทำรากฟันเทียมฟันซี่เดียว จะชดเชยฟันที่หายไปทั้งซี่ตั้งเเต่รากฟันจนถึงตัวฟัน
2. รากฟันเทียมหลายซี่ (Implant-supported bridge) การทำรากฟันเทียมหลายซี่ ใช้การติดสะพานฟันที่รองรับรากฟันเทียม ซึ่งมีแกนฟันที่เชื่อมต่อระหว่างรากฟันเทียมและสะพานฟัน เพื่อชดเชยฟันที่หายไปจำนวน 2 ซี่ขึ้นไปที่อยู่ติดกัน โดยใช้สะพานฟันเป็นตัวปิดช่องว่างตรงกลางของฟันซี่ที่หายไป เหมาะกับคนไข้ที่สูญเสียฟันหลายซี่ที่อยู่ติดกัน
3. รากฟันเทียมทั้งปาก (Implant-Retained Denture) รากฟันเทียมทั้งปาก จะถูกวางเรียงบนแนวเหงือกของคนไข้ เพื่อทดแทนฟันบนหรือฟันล่างทั้งชุด ทันตแพทย์จะวางรากฟันเทียมสี่จุดตามแนวโค้งขากรรไกร ในขั้นตอนการขณะรักษา ฟันปลอมอาจได้รับการปรับแก้ไขเพื่อให้สามารถสวมใส่ได้พอดีกับกระดูกที่ผสานตัวกับรากเทียม

ข้อดีของรากฟันเทียม

เคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนฟันธรรมชาติ- ป้องกันฟันล้มหรือฟันเอียงที่เกิดจากการสูญเสียฟัน- เสริมบุคลิกภาพ สร้างความมั่นใจ- แก้ปัญหาที่เจอจากการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ เช่น ฟันปลอมหลวม เห็นตะขอเกี่ยว เคี้ยวอาหารติดขัด กังวลว่าฟันปลอมจะหลุดขณะเคี้ยวอาหาร/สนทนา
การเตรียมตัวเข้ารับการทำรากฟันเทียมคนไข้ที่จะทำการเข้ารับการรักษาด้วยการทำรากฟันเทียม จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจและประเมินจากทันตแพทย์เฉพาะทางอย่างละเอียด ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการบดเคี้ยวและขั้นตอนการทำทันตกรรมประดิษฐ์ จะทำการเลือกรากเทียมที่เหมาะสมกับคนไข้ หากคนไข้มีโรคประจำตัว หรือรับประทานยาอยู่ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบ นอกจากนั้นการดูแลสุขอนามัยช่องปากให้ดีเป็นสิ่งสำคัญที่คนไข้ควรปฏิบัติก่อนทำการเข้ารับการรักษา


ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม

ส่วนที่ 1 เริ่มต้นขั้นตอนด้วยการฝังฟันรากเทียมจะใช้เวลาการทำประมาณ 1-2 ชั่วโมง หลังจากนั้น 5-7 วันทันตแพทย์จะทำการนัดคนไข้เพื่อกลับมาติดตามอาการและเช็คแผล 

ส่วนที่ 2  หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนส่วนที่ 1 ต่อไปคือการใส่ฟันบนรากเทียม ส่วนนี้จะจะใช้เวลาการทำห่างจากส่วนที่ 1 ประมาณ 2 เดือนหรือมากกว่า ระยะเวลาในการรักษาของส่วนนี้จะใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน รวมกระบวนการรับส่งงานจากแลป 
สาเหตุที่จำเป็นต้องเว้นระยะเวลาการทำระหว่างส่วนที่ 1 กับส่วนที่ 2 อย่างน้อย 2 เดือน เพราะจะได้มีเวลาเพียงพอให้รากเทียมสามารถยึดติดกับกระดูกฟันให้แน่น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารากเทียมที่อาจหลุดได้ แต่ในบางครั้ง สามารถทำรากเทียมแบบใช้ทันทีได้ภายใน 1 อาทิตย์ ทั้งนี้ จะต้องปรึกษาความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย 
หมายเหตุ: กรณีหากเป็นการปลูกกระดูกที่มีความซับซ้อน อาจจะมีความจำเป็นต้องปลูกกระดูกทิ้งไว้ 3-6 เดือน (โดยเฉพาะสำหรับกรณีที่กระดูกหายไปเป็นจำนวนมาก) หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ถึงทำการเริ่มทำส่วนที่ 1 หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำรากเทียมคนไข้จำเป็นต้องนัดพบทันตแพทย์เพื่อทำการเช็ครากเทียมเป็นประจำ ทุกๆ 6 เดือน

ทันตแพทย์นัดติดตามผลการรักษา

ทันตแพทย์ นัดคนไข้เพื่อติดตามผลหลังผ่าตัด ภายใน 1-2 เดือน ช่วงเเรก เเละนัดตรวจประจำปี เพื่อเช็คสุขภาพโดยรวมของช่องปากตามปกติdental implant

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดใส่รากเทียม
การดูเเลในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด จะมีอาการปวดระบมเป็นเวลา 3-7 วัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการปวดที่ใกล้เคียงหรือน้อยกว่าการปวดจากการถอนฟัน

  • ประคบเย็นบนผิวบริเวณที่ผ่าตัดทันทีหลังการรักษา เพื่อช่วยลดอาการบวม
  • หลีกเลี่ยงการใช้หลอดดูดเครื่องดื่ม 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด เพราะแรงดูดจะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังสมานตัวหลุดออก ทำให้เกิดอาการปวดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
  • ในช่วงแรกแนะนำให้รับประทานอาหารเหลว ที่ไม่ต้องเคี้ยวเพื่อกันการระบมหลังผ่าตัด
  • ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ 3-4 ครั้งต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด อาหารเเข็งกรอบ หรือมีความเหนียว ช่วง 2 วันแรก
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่อย่างน้อย 3 วันหลังการผ่าตัด
  • ทันตแพทย์จะแนะนำให้กินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ

ใครทำรากฟันเทียมได้บ้าง

ไม่ใช่ว่าคนไข้ที่สูญเสียฟันทุกคนสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากเทียมได้ มีปัจจัยความเหมาะสมทางร่างกายที่ทันตแพทย์พิจารณา คือ

1. มีปริมาณกระดูกที่เพียงพอ ในการผ่าตัดรากฟันเทียม พบว่าคนไข้ที่สูญเสียฟันมาระยะหนึ่ง อาจมีกระดูกไม่เพียงพอ หากพบว่ามีกระดูกไม่เพียงพอในการปลูกรากฟันเทียม คุณหมอจะต้องเตรียมการปลูกถ่ายกระดูกก่อน เพื่อให้ร่างกายสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อขึ้นใหม่ให้พร้อมรับการผ่าตัดต่อไปได้
2. อายุ 18  ปีขึ้นไป การทำรากฟันเทียมจะได้ผลดีที่สุด ในวัยที่ร่างกายเติบโต กระดูกขากรรไกรพัฒนาเต็มที่เเล้ว

3. มีสุขภาพที่ดี คนไข้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่จัดหรือมีโรคประจำตัว เช่น ความเบาหวาน โรคมะเร็งที่มีการฉายรังสีที่บริเวณใบหน้า ลูคีเมีย ไฮเปอร์ไทรอยด์ ปริทันต์อักเสบรุนแรง ฟันผุ ควรได้รับการรักษาเพิ่มเติมก่อน

คำถามที่พบบ่อยๆกับการทำรากฟันเทียม

ทำรากฟันเทียมคุ้มไหม ?
คุ้มค่า ถึงเเม้รากฟันเทียมจะมีราคาค่อนข้างสูง เเต่ก็มีความทนทานมาก ในด้านการใช้งาน เเละดูเเลรักษาง่ายเหมือนกับฟันเเท้

ปักรากฟันเทียมเจ็บไหม ?
ในขั้นตอนการทำทันตแพทย์จะให้ยาชากับคนไข้จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด อาจจะรู้สึกได้สะเทือนจากการใส่เครื่องมือ ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดบ้าง เเต่คุณหมอจะให้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ เพราะมีการระบมจากแผลผ่าตัดซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

รากฟันเทียมใช้เวลาทำนานแค่ไหน ?
ในขั้นตอนการผ่าตัดรากฟันเทียม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (ถ้าไม่มีการผ่าตัดอื่นๆ ร่วมด้วย) หลังผ่าตัดต้องรอพักฟื้น 2-6 เดือน ให้รากฟันยึดติดกับกระดูกเรียบร้อยดีจึงเตรียมใส่ครอบฟันต่อได้

ใส่รากเทียม จัดฟันได้ไหม
คนไข้ที่ใส่รากฟันเทียมต้องการจัดฟันในภายหลัง ถ้าฟันซี่ที่เป็นรากเทียมมาเเล้วต้องจัดฟันด้วยจะไม่สามารถจัดฟันได้ เนื่องจากรากเทียมไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

รากเทียมสามารถอยู่ได้นานกี่ปี ?
ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา สามารถอยู่ยาวๆกันเป็น 10 – 20 ปีขึ้นไป ถ้าดูเเลรักษาให้ดีก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต

ทำไมการทำรากฟันเทียมจึงไม่ควรสูบบุหรี่ ?
การสูบบุหรี่จะทําให้กระดูกเเละเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ รากเทียมอักเสบ เกิดอาการเหงือกร่นบริเวณที่ทำรากฟันเทียม ส่งผลให้รากฟันเทียมโยกและอาจทำให้รากฟันเทียมหลุดได้