ดูแลฟันลูกน้อยอย่างถูกวิธีโดยหมอฟันเด็กเฉพาะทาง
การดูแลสุขภาพฟันของเด็กไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อมีอาการปวดฟัน แต่คือการวางรากฐานสุขภาพช่องปากที่ดีตั้งแต่เล็ก บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจว่า ทันตกรรมเด็ก ในแต่ละช่วงวัยควรดูแลอย่างไร และควรพาลูกพบทันตแพทย์หรือ หมอฟันเด็ก เพื่อทำบริการอะไรบ้าง
- ทันตกรรมเด็กช่วงวัย 0–2 ปี
- จุดเริ่มต้นของการดูแลฟันซี่แรก
แม้เด็กในช่วงวัยนี้จะมีฟันเพียงไม่กี่ซี่ แต่ถือเป็นช่วงสำคัญมากของ ทันตกรรมเด็ก เพราะเป็นการสร้างประสบการณ์แรกกับ หมอฟันเด็ก บริการทันตกรรมเด็กที่แนะนำ
- ตรวจสุขภาพช่องปากและฟันซี่แรก
- แนะนำการทำความสะอาดฟันเด็กอย่างถูกวิธี
- ประเมินความเสี่ยงฟันผุในเด็ก
- ให้คำแนะนำเรื่องการกินนมและอาหาร
การพาลูกไปพบ หมอฟันเด็ก ตั้งแต่ช่วงนี้ จะช่วยให้เด็กคุ้นเคย
กับบรรยากาศคลินิก และลดความกลัวการทำฟันในอนาคต
- ทันตกรรมเด็กช่วงวัย 3–6 ปี
- ป้องกันฟันผุ สร้างนิสัยดูแลฟันที่ดี
วัยนี้เป็นช่วงที่เด็กเริ่มทานอาหารหลากหลาย และมีความเสี่ยงต่อ ฟันผุในเด็ก มากขึ้น การดูแลตามหลัก ทันตกรรมเด็ก อย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญมาก บริการทันตกรรมเด็กที่เหมาะสม
- ตรวจฟันและประเมินฟันผุ
- เคลือบฟลูออไรด์
- อุดฟันเด็ก (กรณีมีฟันผุระยะแรก)
- เคลือบร่องฟันเพื่อป้องกันฟันผุ
- ฝึกให้เด็กแปรงฟันอย่างถูกวิธี
ในช่วงวัยนี้ หมอฟันเด็ก จะมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารกับเด็ก
ให้การทำฟันเป็นเรื่องสนุก ไม่กดดัน และไม่สร้างความกลัว
- ทันตกรรมเด็กช่วงวัย 7–12 ปี
- ดูแลฟันแท้ วางแผนสุขภาพฟันระยะยาว
เมื่อเด็กเริ่มมีฟันแท้ขึ้น การดูแลฟันตามแนวทาง ทันตกรรมเด็ก จะเน้นไปที่การปกป้องฟันแท้และการจัดเรียงฟันที่เหมาะสม
บริการทันตกรรมเด็กที่ควรทำ
- ตรวจฟันแท้และฟันน้ำนมร่วมกัน
- ขูดหินปูนเด็ก
- เคลือบฟลูออไรด์
- อุดฟันเด็กและฟันแท้
- ประเมินแนวโน้มการจัดฟันในอนาคต
การพบทันตแพทย์หรือ หมอฟันเด็ก อย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดปัญหาฟันผุ และลดความจำเป็นในการรักษาที่ซับซ้อนเมื่อโตขึ้น
ทำไมควรเลือกคลินิกที่มีหมอฟันเด็กเฉพาะทาง
การทำฟันเด็กไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือเรื่องของ “ใจเด็ก” ด้วย หมอฟันเด็ก มีความเชี่ยวชาญทั้งด้าน
- พัฒนาการฟันในเด็ก
- จิตวิทยาเด็ก
- การดูแลเด็กที่กลัวการทำฟัน
จึงช่วยให้การรักษาด้าน ทันตกรรมเด็ก เป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับเด็กและผู้ปกครอง